 1. เวลาผู้หญิงเข้าห้องน้ำ จะเปิดซิปกระโปรงหรือ ถลกเอา? ตอบ : แล้วแต่สะดวก แต่ส่วนมากถลก
2. ผู้หญิงสวมกระโปรงยาวเป็นคนเรียบร้อยใช่ไหม? ตอบ : ไม่เสมอไป อาจเป็นแฟชั่น
3. มีเสื้อผ้าเต็มตู้ จนไม่มีช่องว่างให้แมลงสาบหายใจ แต่ทำไมยังบอกว่าไม่มีอะไรจะใส่? ตอบ : ก็หาที่ถูกใจกับอารมณ์วันนี้ยังไม่ได้ หรืออาจจะเรียกให้ดูดีหน่อยอาจจะบอกว่า เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละวัน หรือว่าแฟชั่นช่วงนั้น
4. ทำไมผู้หญิงต้องมุ่งมั่นเอากับการทำให้ผมตรงเรียบ แบบเอาเป็นเอาตายด้วย? ตอบ : แล้วจะให้มันยุ่งทำไมละ (ก็นั่นนาเซ่..)
5. สวมร้องเท้าส้นสูงแหลมๆทำไมถึงทรงตัวได้? ตอบ : เป็นพรสวรรค์ตั้งแต่ชาติก่อน (อ่อเหรอ)
6. ไอ้เจ้ามาสคาร่านะ มันจะทำให้ดูดีขึ้นเหรอ? ตอบ : โคตรๆ ถ้ายาวทิ่มตาผู้ชายได้ จะแฮปปี้สุดๆ (อิเจ๊โรคจิต )
7. น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมชีวิตเลยหรือ? ตอบ ไม่ใช่แค่น้ำหนัก แต่รวมถึงเอว ตะโพก พุง ต้นแขน ต้น ขา และรอบคอ
8. ต้องการอะไร ทำไมไม่พูดตรงๆและทำไมต้องคิดว่าผู้ชายต้องเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้าด้วย ตอบ : อ้าว! ไม่รู้นี่ว่า ผู้ชายไม่ฉลาด (ไม่น่าถามเร๊ย...)
9. เวลาคนอุ้มท้อง นอนหงายหรือนอนตะแคง?! ตอบ : ทั้งสองอย่าง แล้วแต่ความเมื่อย
10. ทำไมต้องเติมแป้งที่ใบหน้าอยู่ตลอดเวลา ตอบ : อยากสวย (งั้น..ปกติคงไม่...ล่ะสิ)
11. เป็นโสดทำไม? ตอบ : ที่หาได้ก็ไม่ดี ที่ดีๆก็หาไม่ได้ (ไอ่ที่หาได้แล้วดีๆ ก็ปล่อยหลุดไปซะนี่)
12. ผู้หญิงตายด้าน มีหรือเปล่า? ตอบ : ผู้หญิงที่ตายด้านก็เพราะคำตอบข้อ 11 นั่นแหละ
13. ทำไมต้องมีร้องเท้าหลายสิบคู่ด้วย มันต่างกันยังไง? ตอบ : ทำไมผู้ชายถึงชอบมีเมียที่ละหลายคน มันต่างกันยังไง (แหม ถ้ามีเยอะขนาดนั้นได้ก็ดีน่ะสิ 10คู่ = 20คน)
14. ทำไมฝีมือการขับรถของผู้หญิงไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลย? ตอบ : ก็เพิ่งรู้ตอนคุณถาม แต่ผู้หญิงก็ไม่ได้เมาแล้วขับ เอ๊อๆๆๆ (แต่เมาแล้วขี่...)
15. ทำไมผู้หญิงชอบกินผลไม้ดอง? ตอบ : แล้วทำไมผู้ชายชอบดื่มเหล้า ดูดบุหรี่ (ผมเลิกแล้ว เด๋วนี้หันมาดูดบุรุษ)
16. เวลาคุณเสยผม แปลว่าเชิญชวนใช่ไหม? ตอบ : ไม่ว่ากันถ้าจะคิดอย่างนั้น ขนาดผู้หญิงด่าคุณ ยังหาว่า ผู้หญิงชอบ (ไม่ด่าอย่างเดียวนะ เด๋วนี้มีเหยียดเท้าด้วย)
17. ไอ้กระเป๋าสะพายราคาเป็นหมื่นๆนั้น มันวิเศษยังไง? ตอบ : แล้วสุราราคา แพงๆทำไมคุณบอกว่าอร่อยกว่าราคาถูกทั้งๆที่ดื่มแล้วก็เมาเหมือนกัน (แล้วถ้าผมปั่นจิ้งหรีดแทนกินเหล้า คุณจะใช้ถุงก๊อปแก๊ปออกงานป่ะ )
18. กลัวลิปสติกเลอะเวลากินข้าว แล้วทำไมต้องทาก่อนออกไปกินข้าวด้วย? ตอบ : คำตอบเดียวกันกับ คุณรู้ว่าเที่ยวผู้หญิง นอกใจเมีย เสี่ยงต่อการเป็นเอดส์ แล้วทำทำไม (เพิ่งรู้ว่าทาลิป มันเร้าใจขนาดนั้นเชียว)
19. ส้มตำเป็นยาอายุวัฒนะเหรอ? ตอบ : ก็อยากผอม สวย และเอาใจผู้ชายอย่างคุณไง (ผอม สวย และเอาใจ ไม่เท่าไหร่ ชอบเสียงเผ็ดซี๊ดซ๊าดของคุณเร้าใจกว่า...)
20. ผู้หญิงสวมกระโปรงสั้น เพราะอยากอวดให้ผู้ชายเห็นเรียวขาหรือเปล่า? ตอบ : ใช่ แต่ไม่ได้แค่อวดกับผู้ชายนะกับผู้หญิง ถ้าฉันขาสวย ฉันก็อยากอวดพวกหล่อนด้วยเหมือนกัน (อุเหม่...ชะนีโชว์เหนือ)
21. ในการปฏิบัติกิจพิเศษ ผู้หญิงสามารถรับได้สูงสุดกี่หนในคราวเดียว? ตอบ : ผู้ชายทำได้กี่หนก็รับได้เท่านั้นแหละ ว่าแต่จะทำได้หรือเปล่าเหอะ ()
22. เสื้อชั้นใน ตะขอหน้ากับตะขอหลัง มันต่างกันตรงไหน? ตอบ : ตะขอหน้าสำหรับผู้ชายมือใหม่ ตะขอหลังสำหรับขั้นเทพ คุณละ ขั้นไหน (เทพมือใหม่งับป๋ม)
23. เวลามีรอบเดือน เจ็บปวดหรือเปล่า? ตอบ : เจ็บปวด ไม่ทุกคนและก็ไม่ทุกครั้ง
24. คุณซัก กางเกงในกันบ่อยแค่ไหน? ตอบ : บ่อยเท่าที่จะทำได้ นุ่งซ้ำไม่ลงเหมือนคุณหรอก (เฮ้ย! ไม่ซ้ำ หน้าA หน้าB ซ้ำที่ไหนกัน)
25. ผู้ชายเก่งกับผู้ชายรวย อย่างไหนมีน้ำหนักกว่ากัน ตอบ : ถ้าทั้งเก่ง ทั้งรวย น้ำหนักจะดีมากๆ (ผู้ชายอ้วนจิ น้ำหนักดีมากๆ)
26. ทำไมคุณเดินช้อปปิ้งโดยที่ไม่ เหมื่อย ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อกันเลย ตอบ : เวลาที่คุณดื่มสังสรรค์กับเพื่อนคุณถึงสว่าง คุณไม่อยากเลิก ไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ บ้างหรือ
27. เพชรมันสวยยังไง ทำไมใฝ่ฝันจะเป็นเจ้าของกันหนักหนา ตอบ : ก็มันสวยกว่าก้อนหินนี่ (ขอบคุณ)
28. คุณนอนหลับท่าไหนกันบ้าง ตอบ : ทุกท่าที่ทำให้หลับสบาย (ขอบคุณอีกที)
29. จุดยุทธศาสตร์ของผู้หญิงน่ะ จริงๆแล้วมีตรงไหนบ้าง ตอบ : ถามแฟนคุณจะดีที่สุด (โทดทียังมะมีอ่า...)
30. คุณเคยช่วยตัวเองใช่ไหม ตอบ : คุณถามเพราะไม่รู้จริงๆเหรอ (จิงจิ๊ง....)
31. ผู้หญิงบ้างคนทำอาหารไม่เป็นเลยจริงๆหรือว่าแกล้งทำ ตอบ : ทำน่ะ มันทำได้ แต่จะขาดรสอร่อย (ก็ถูก)
32. ทำไมผู้หญิงวิตกจริตกันเอามากๆ ตอบ : คุณเรียกว่าวิตกจริตแต่ผู้หญิงเรียกว่า กลัว (จ้าๆ)
33. ทำไมผู้หญิงถึงได้ตั้งใจและเรียนเก่งกันนัก ตอบ : ก็เพราะผู้หญิงขับรถไม่เป็นสับปะรดไง (เกี่ยวเรอะเจ๊ )
34. ยามเข้านอน คุณสวมชุดชั้นในกันหรือเปล่า ตอบ : แล้วแต่คนส่วนมาก ไม่ (ผมก็ไม่..ทั้งชั้นในและ นอก...)
 มีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง กับยางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีหมดอยู่ก้อนหนึ่ง ดินสอแท่งนั้นเป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน มันจึงเขียนทุกที่ ทุกอย่างเสมอ ตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ หน้าที่ของยางลบก็คือลบ มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ ทุกเวลา
เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า “เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว” ยางลบจึงถามว่า “ทำไมล่ะ” ดินสอจึงตอบกลับไปว่า “ก็เราเขียน นายลบ แล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย” ยางลบจึงเถียงว่า “เราทำตามหน้าที่ของเรา เราไม่ผิด” ทั้งคู่จึงแยกทางกัน
ดินสอพอแยกทางกับยางลบมันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน แต่... พอเวลาผ่านไปมันเริ่มเขียนผิด ข้อความที่สวยๆ ที่มันเคยเขียนได้ก็สกปรก มีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจ ฝ่ายยางลบพอแยกทางกับดินสอมันก็ดีใจที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าเพราะไม่มีอะไรให้ลบ มันคิดถึงดินสอจับใจ
ทั้งคู่กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่ คราวนี้ดินสอเขียนน้อยลง เขียนแต่สิ่งที่ดี ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น เปรียบการเขียนของดินสอเป็นความทรงจำ ดินสอจดจำทุกเรื่องทั้งดีและไม่ดี แต่ยางลบเปรียบเหมือนการลืมเลือน ยางลบเลือกที่จะไม่จดจำอะไรไว้เลย เมื่อทั้งสองสิ่งนี้แยกกันอยู่จึงเกิดความไม่สมดุล ดังนั้น เมื่อเพื่อนรักทั้งสองกลับมารวมกันใหม่ ดินสอจดจำแต่สิ่งที่ดีๆไว้ ส่วนยางลบก็ลบแต่สิ่งที่ไม่ดีเหมือนการให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด
การดำเนินชีวิตของเราก็เหมือนดินสอกับยางลบ เก็บเรื่องราวดีๆที่ผ่านเข้ามาไว้เป็นความทรงจำที่สวยงาม และรู้จักให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด เราก็จะมีชีวิตอยู่ด้วยความสุข
บราวนี่เค้ก
คุณเป็นนักผจญภัย ชอบไอเดียใหม่ๆ เป็นนักต่อสู้และชอบชัยชนะ คุณเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่หลายครั้งที่สร้างมุขแป้ก แม้จะมีแนวคิดแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็คุณก็เป็นคนจงรักภักดีไม่แพ้ใคร
เค้กสตรอเบอรี่
คุณเป็นคนน่ารัก อบอุ่น และโรแมนติก คุณช่างเอาอกเอาใจและห่วงใยคนอื่น แต่ใจอ่อนง่ายๆ บางครั้งก็ใช้อารมณ์มากเกินไป คนส่วนใหญ่มักมองว่าคุณขี้หึงซะด้วยสิ
เค้กช็อคโกแลต
คุณเป็นคนเซ็กซี่ สร้างสรรค์ อารมณ์ร้อนแรง และ ทะเยอทะยาน หลายคนอาจมองดูคุณเป็นคนเย็นชา ทว่าจริงๆ แล้วคุณเป็นคนซ่อนความอบอุ่นไว้ภายใน คุณชอบผจญภัย คุณไม่ค่อยพอใจกับอะไรที่เรียบๆ ธรรมดา จึงชอบที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
เค้กแครอท หรือ เค้กอื่นๆ ที่ทำจากผัก/ธัญพืช
คุณเป็นคนร่าเริง ชอบความสนุกสนาน ใครๆ ที่อยู่รายล้อมคุณจึงมักมีความสุข สนุกสนานไปด้วย คุณไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง ไม่ต้องมากความ แถมยังใจดี เลยมีเพื่อนมาก และส่วนใหญ่เค้าก็จะรักคุณมากๆ ด้วย
เค้กไอศกรีม
คุณเป็นนักกีฬาตัวยง ไม่ว่าจะลงแข่งจริงๆ จังๆ หรือแค่เป็นแฟนกีฬาที่ติดตามดูอย่างจริงจังก็ตาม จึงทำให้คุณค่อนข้างแอคทีฟ คุณเคารพตัวเองและยึดถือตัวเองเป็นหลัก จึงมักมีคนว่าคุณออกจากเรื่องมากเอาการอยู่นะ ต้องระวังด้วย  SHOPPING MATH A man will pay $2 for a $1 item he needs. ผู้ชายจ่าย 2 บาท ต่อ ของ 1 ชิ้นที่เขาต้องการ A woman will pay $1 for a $2 item that she doesn't need. แต่ ผู้หญิง จ่าย 1 บาท ต่อ ของหลายๆชิ้น ที่เธอไม่ต้องการ
GENERAL EQUATIONS & STATISTICS A woman worries about the future until she gets a husband. ผู้หญิงจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตจนกว่าจะมีสามี A man never worries about the future until he gets a wife. แต่ ผู้ชายไม่เคยกังวลเลยเกี่ยวกับอนาคตเลยจนกระทั่งมีภรรยา
A successful man is one who makes more money than his wife can spend. ผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ภรรยาใช้ A successful woman is one who can find such a man. แต่ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่สามารถหาสามีได้อย่างคนข้างบน
HAPPINESS To be happy with a man, you must understand him a lot and love him a little. การจะมีความสุขกับผู้ชายคนนึง คุณจะต้องเข้าใจเค้ามากๆ แต่รักเค้าน้อย To be happy with a woman, you must love her a lot and not try to understand her at all. การจะมีความสุขกับผู้หญิงคนนึง คุณต้องรักเธอมากๆ และไม่ต้องพยายามเข้าใจอะไรในตัวเธอทั้งสิ้น
LONGEVITY Married men live longer than single men do, but married men are a lot more willing to die. ผู้ชายที่แต่งงานแล้วจะมีอายุยืนกว่าชายโสด แต่ชายที่แต่งงานแล้วกลับเต็มใจเลือกที่จะตายมากกว่าอยู่
PROPENSITY TO CHANGE A woman marries a man expecting he will change, but he doesn't. ผู้หญิงแต่งงานกับผู้ชายคนนึงและหวังเค้าจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่เค้าไม่เคยเปลี่ยน man marries a woman expecting that she won't change, and she does. ส่วน ผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงและหวังว่าเธอคงจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เธอก็เปลี่ยน
DISCUSSION TECHNIQUE A woman has the last word in any argument. ผู้หญิงมักมีคำพูดสุดท้ายในการโต้เถียงกัน Anything a man says after that is the beginning of a new argument. แต่อะไรก็ตามที่ผู้ชายพูดออกมาต่อจากนั้น จะเป็นการเริ่มการโต้เถียงครั้งใหม่ ตรงป่ะ???   ชายคน หนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอน อายุ 8 ขวบ ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า "สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัวเองตลอดเวลา" ชายคน นั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู
ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเส ธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์ ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที ชายคน นั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม ชายคน นั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ ชายคน นั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองได้สำเร็จ ชายคน นั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้ง ที่สอง
ชายกลุ่มหนึ่งเป็นนักดนตรี ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้ บริหารคนหนึ่งจากบริษัทเดคคาเรคคอร์ต ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะ หมดสมัยแล้ว" ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่ง ตำนาน
ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีม โรงเรียนมัธยม ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน ชายคนนั้น... ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดใน โลก
ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน ชายคนนั้น...สูญเสียความ สามารถในการฟังลงเรื่อยๆ ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี ชาย คนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพลงที่ยอดเยี่ยมที่สุด ชายคน นั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก
ชายคน หนึ่งสอบตกประถม 6 ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด ชาย คนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว ชายคน นั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ
ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น ชายคนนั้น...เคย สอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"
ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า" ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"
หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับ บริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า "เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯหรือไม่ก็แต่งงาน เสียดีกว่า" หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีนมอนโร"
ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก ชายคนนั้น... ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ดอันเลื่องชื่อ ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจ โคลัมเบีย ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์ รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ ชายคน นั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของ โลก
ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก ชายคนนั้น...ชอบหมกตัว กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้า คอมพิวเตอร์" ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือ ผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก" ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับ หนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้าน เหรียญ
  *** มุมมองเกี่ยวกับ "รัก" ที่แตกต่างของชายและหญิง *** การจีบ หญิง : เขาเข้ามาคุยกะเราบ่อยๆ อย่างงี้กำลังจีบเราจีบเราอยู่แน่เลย ชาย : บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกจริงจังมากมายอะไรสักหน่อย
ตกหลุมรัก หญิง : การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขาลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ ชาย : การเดินสะดุดขาอ่อนของเธอ อาจจะเซไปบ้าง แต่ไม่ถึงกับเสียการ ทรงตัวนานแต่อย่างใด
เดทครั้งแรก หญิง : เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต เขาจะพาเราไปนั่นกินอาหารร้านไหนนะ ชาย : เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กินเลือกร้านแพงๆ เหมือนยายคนก่อนนะ
หัวใจ หญิง : อวัยวะที่ยกให้ใครไปแล้วก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน ชาย : อวัยวะที่ใช้ในการหายใจอ่ะดิ ถามด้ายยย!
แฟนเก่า หญิง : คนรักของวันวานที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันนี้ก็ทำให้ใจสั่น ชาย : ใคร? เธอคือใครเหรอจำไม่ได้แล้วอ่ะ
แฟนใหม่ หญิง : คนรักของวันนี้ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันข้างหน้าไปนานๆ ชาย : แฟนของวันนี้แต่วันข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที<ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ!>
โทรศัพท์ หญิง : เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง, คำพูดตอนไม่ได้อยู่กะเขา ชาย : เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่ทุกเวลา
ความเหงา หญิง : แค่ไม่มีเขาเราก็เหงาเหลือเกินแล้ว ชาย : 365 วันไม่เหงาเพราะเราไม่ขาดเพื่อนสักวัน
ความคิดถึง หญิง : เพิ่งแยกจากเขามาเมื่อครู่เดียวเองก็คิดถึงอยากเจอหน้าเขาอีกแล้วน่ะ ชาย : ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะ พอได้เตะ แตะแล้วก็หายอยาก
ดอกไม้ หญิง : เดินผ่านร้านขายดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ ชาย : ก็ดอกไม้แค่ดอกเดียว ทำไม! เธออยากได้อะไรมากมายนะ
จูงมือ หญิง : เป็นแฟนตอนแรกๆ เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย เหมือนกลัวเราหลงทาง แต่ตอนหลังเราต้องเป็นฝ่ายจับมือเขาเสียเอง ชาย : โอ๊ย! ผมไม่ได้เด็กแล้วนะต้องจูงมือข้ามถนนด้วย
หึง หญิง : รักคือหึง...หึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก ชาย : ที่ผมเผลอลงมือลงไม้เธอนั้นเพราะผมหึงเธอน่ะ
น้ำตา หญิง : เครื่องมือที่ช่วยเราลดความเครียดตามธรรมชาติ ชาย : เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง
ช๊อปปิ้ง หญิง : กิจกรรมสุดโปรดได้ทำแล้งเหมือนมีสารความสุขหลั่งออกมา ชาย : เครียดก็ช๊อป...มีสุขก็ช๊อป..อารมณ์ก็ช๊อป ผู้หญิงโรคจิต
การสารภาพรัก หญิง : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารัก..คำเดียว เขายังไม่เคยพูดให้เราไดยินเล๊ย ชาย : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน คำว่า..รัก..คำเดียวจะสำคัญอะไรนัก
อกหัก หญิง : ทำลายของๆ เขา, ฉีกรูปคู่ทิ้ง, เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้...อีกนาน ชาย : กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจาย ฯลฯ 3 วันห๊ายยยย
งอน หญิง : ดูเขาเถอะ! หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแย้ว ชาย : ดูมัน! งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
ง้อ หญิง : ดีใจจัง เขาง้อเรา แสดงว่าเขายังรักเราอยู่ ชาย : เซ็ง! แต่ต้องแกล้งง้อไปงั้นๆ ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าที่เหมือนตูดของเธอ
 5 ระดับของความเมา
สถาบันด๊อกเตอร์มาร์ตินได้แบ่งระดับความเมาเหล้าของมนุษย์ไว้ 5 ระดับ ด้วยกันคือ
ระดับที่ 1: SMART(ฉลาด)
เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปเมาจนถึงระดับนี้ซึ่งเป็นระดับแรก จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และมักจะชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆ คนในบาร์ ความเป็นจริงทุกอย่างในจักรวาลจะถูกนำออกมาเปิดเผยหมด ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี และคุณจะรู้สึกว่าทุกๆ อย่างที่คนอื่นพูดมาจะเป็นเรื่องผิดไปหมด ไม่ตรงกับข้อมูลที่คุณมี จึงจะมีการเริ่มตั้งข้อโต้แย้งต่างๆ กัน
ระดับที่ 2: GOOD LOOKING(ดูดี)
คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น และทุกๆ คนเริ่มที่จะหันมาสนใจคุณเพราะคุณดูดี แน่นอนคุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆ คนได้ทุกๆ เรื่องด้วย เพราะคุณทั้งดูดี และฉลาด
ระดับที่ 3: RICH(รวย)
เมื่อเมาถึงระดับนี้คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้ เพราะคุณมีเงินมหาศาล และถ้าใครพูดอะไรผิดหูคุณสามารถที่จะท้าพนันได้ทุกเรื่องเพราะคุณยังฉลาดกว่าด้วย นอกจากนี้คุณยังดูดีมากๆ ด้วย
ระดับที่ 4: BULLET PROOF(คงกระพัน)
เมื่อเมาถึงระดับนี้ตัวคุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไป และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆ คนได้ เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้ คุณสามารถท้าพนันตีต่อยกับเพื่อนคุณก็ได้ และคุณก็ไม่กลัวแพ้ด้วยเพราะว่าคุณทั้งฉลาด, ทั้งดูดี, ทั้งรวย และต่อสู้เก่งระดับนักมวยอาชีพ
ระดับที่ 5: INVISIBLE(หายตัว)
ระดับความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ ด้วยความเมาที่ระดับนี้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ จะไปเต้นรำบนโต๊ะ, แหกปากร้องเพลงกลางถนน, ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้เพราะไม่มีใครเห็นคุณ
ทายนิสัยของคนรู้ใจจาก "ช็อกโกแลต"
คนที่ชอบกินช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ หารู้ไม่ว่ารสชาติช็อกโกแลตที่ชอบกิน สามารถบอกนิสัยของคนที่กินได้ เริ่มต้นด้วย คนที่ชื่นชอบช็อกโกแลตมิ้นต์ จะมีนิสัยมองไปข้างหน้าและไม่เอาอดีตมาใส่ใจ กฎระเบียบหยุดยั้งเขาไม่ได้ ยกเว้นว่าจะสร้างขึ้นมาเอง เป็นคนจริงใจและเปิดเผย เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และมุ่งมั่น แต่มีข้อเสียตรงที่มุ่งมั่นมากเกินไปจนไม่ยอมปล่อยวาง สำหรับช็อกโกแลตนม คนที่ชอบกินจะเป็นคนโรแมนติคและอบอุ่น คุยสนุก ชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายก็จะเป็นชายในฝันของสาวๆ เลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือเขาใส่ใจเรื่องของคนอื่นมากกว่าเรื่องของตัวเองเสียอีก ส่วนคนที่ชอบกินช็อกโกแลตสอดไส้ จะชื่นชอบงานสังคมเป็นพิเศษ และต้องการให้มีคนอยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนใจบุญ แต่มีข้อเสียคือเบื่อง่าย และมักจะเห็นดีเห็นงามกับความคิดคนอื่นทั้งๆ ที่ความคิดนั้นไม่น่าเห็นด้วย สำหรับหนุ่มสาวที่ชอบกินช็อกโกแลตเวเฟอร์ เป็นคนรักสนุก มีอารมณ์ขัน ช่างพูดช่างคุย และชอบทำให้คนรอบข้างหัวเราะและมีความสุขเสมอ และหากใครได้เป็นเพื่อนจะโชคดีมากๆ เพราะเขาคือเพื่อนแท้ที่ถึงไหนถึงกันเลยทีเดียว
และสุดท้าย คนที่ชอบกินช็อกโกแลตขม เป็นคนที่ไม่ชอบรอคอยอะไรนานๆ และตกหลุมรักง่ายจนกลายเป็นคนเจ้าชู้ เป็นคนใจร้อนแต่ก็เป็นคนช่างคิด ข้อเสียคือขาดความอดทนและชอบทำตัวเองให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา
อาการคนอกหัก...
1.เดินตากฝนแบบฉบับคนผิดหวัง ยืนพิงที่ผนัง ทรุดลงกอง
2.นั่งเหม่อ ทำหน้าเหงา แล้วก็ขว้างปาข้าวของ
3.ไปเดินเตะกระป๋อง ไม่สนใจผู้คน
4.เปิดมือถือ รับสายแล้วไม่ต้องพูด อย่าลืมเชียว!!
5.ร้องไห้ให้น้ำตาไหลมาข้างเดียว...
..ตอนรักทุ่มเทให้หมด ไม่เผื่อใจพอโดนทิ้งเหมือนนักมวยโดนน๊อคกลางอากาศ ล้มทั้งยืน เจ็บวันนั้นยังไม่เท่าเวลาทำใจหลังจากวันนั้น เพราะ..
1.ลืม ก็ลืมไม่ได้
2.เกลียด ก็เกลียดไม่ลง
3.ไม่อยากพบ แต่ก็อยากเห็น
4.ไม่อยากพูด แต่ก็อยากคุย
5.ไม่อยากได้ฟัง แต่ก็อยากรับรู้
6.อยากตัดใจ ก็เหมือนมีใยบางๆ ที่ตัดไม่ขาด
7.ไม่อยากคึดถึง แต่ก็อยู่ในความคิดคำนึงตลอดเวลา
8.อยากโทรหา แต่ก็กลัวว่าเขาจะรำคาญ
9.อยากไปหา แต่ก็กลัวโดนเกลียด
10.อยากให้กลับมา แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะรัก
ท้ายที่สุด... ก็ต้องทนทรมานต่อไป จนกว่าจะหายเจ็บไปเอง ซึ่งอาจจะนาน หลายวัน หลายเดือน หลายปี หรือไม่มีวันนั้นเลยก็เป็นไปได้..
ปล.ถูกทุกข้อเร้ย(เฉพาะ 1-10 นะ)
| |
|